เปิดตัว ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition มือถือรุ่นพิเศษธีมเกมออนไลน์ยอดฮิตใน Boxset อลังการ

ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition

          ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition มือถือรุ่นพิเศษที่ทาง ASUS ร่วมกับเกมยอดฮิตอย่างDiablo ImmortalออกแบบมือถือROG Phone 6ในธีมตัวเครื่องสีดำ-แดง ตกแต่งลวดลายจอมปีศาจDiablo สุดเท่ด้านหลัง ด้านในตัวเครื่องยังมีการปรับแต่งอินเตอร์เฟสเข้ากับเกมทั้ง วอลเปเปอร์, ไอคอน และแอนิเมชั่นต่าง ๆ

มาพร้อม Boxset กล่องใหญ่ที่มีทั้งเข็มจิ้มซิมการ์ดลายสัญลักษณ์เกมDiablo, แผนที่อาณาจักร Sanctuary และเคสมือถือลาย Shield Blessing ส่วนสเปคภายในทั้งหมดยังคงใช้แบบเดียวกับROG Phone 6รุ่นมาตรฐาน

ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition มากับชิป Snapdragon 8+ Gen 1 และ RAM ขนาด 16GB

ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition

            ROG Phone 6 Diablo Immortal Editionมาในธีมตัวเครื่องสีดำ-แดง ตกแต่งลวดลายจอมปีศาจDiabloสุดเท่ด้านหลัง ด้านในตัวเครื่องยังมีการปรับแต่งอินเตอร์เฟสเข้ากับเกมทั้ง วอลเปเปอร์, ไอคอน และแอนิเมชั่นต่าง ๆ บรรจุอยู่ใน Boxset ทรงลูกบาศก์สุดหรูที่มีทั้งเข็มจิ้มซิมการ์ดลายสัญลักษณ์เกมDiablo, แผนที่อาณาจักร Sanctuary และเคสมือถือลาย Shield Blessing ที่ซ่อนรายละเอียดเล็ก ๆ ไว้

ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition

            สเปคภายในยังคงใช้แบบเดียวกับ ROG Phone 6 รุ่นมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 165Hz รองรับการแสดงผล HDR10+ ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 12 ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 8+ Gen 1 ขนาด 4 นาโนเมตร ให้ขุมพลังแรง 3.2GHz ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 16GB และมีพื้นที่เก็บข้อมูลภายในแบบ UFS 3.1 ความจุ 512GB พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,000mAh รองรับระบบชาร์จไว 67W ที่ทาง ASUS เคลมว่าสามารถชาร์จแบตจาก 0 – 100% ภายในเวลาเพียง 40 นาทีเท่านั้น

ROG Phone 6 Diablo Immortal Edition

            ในส่วนของกล้องหลังประกอบด้วยกล้อง 3 ตัว ความละเอียด 50MP+13MP+5MP ใช้เลนส์กล้องหลักเป็น Sony IMX776 และมีกล้องหน้าความคมชัด 12MP รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Wi-Fi6E, Bluetooth 5.2, USB Type-C 3.1, USB Type-C 3.2, NFC และช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

            สำหรับROG Phone 6Diablo Immortal Editionเปิดให้สั่งพรีออเดอร์แล้วในโซนอเมริกาและยุโรป โดยมีราคาอยู่ที่ 1,099.99 ยูโร หรือประมาณ 40,xxx บาท โดยทาง ASUS จะเริ่มจัดส่งให้ลูกค้าที่สั่งจองภายในเดือนธันวาคมนี้

สามารถติดตามข้อมูล เว็บข่าวสารเทคโนโลยี่ ช่วยให้เราสามารถเลือกใช้โนโลยี่ได้ดี

ข่าวสารที่คุณอาจพลาดไป